หาก จะพิจารณาให้ดี
การสร้างความสามัคคีนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้มีความยากเลย
การจะสร้างความสามัคคีได้นั้นต้องเริ่มจากความจริง ทำให้ทุกคนในสังคมนั้น ๆ
เห็นความจริงให้ได้ ความจริงในเรื่องเหตุการณ์หนึ่งจะมีคำตอบเพียงคำตอบเดียวแล้วพูดได้อย่าง
เดียวเท่านั้น แต่ความเท็จในเรื่องนั้น ๆ มีอยู่มากมาย
ฉะนั้นเมื่อผู้เขียนพูดอะไรหรือเคยทำอะไรไป ความจริงนั้นย่อมมีอยู่อย่างเดียวเสมอ
หากผู้เขียนจำอะไรผิดจะมีคนนำความจริงที่ผู้เขียนเคยทำมายืนยันเสมอ
แล้วสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดความจริงขึ้นในสังคม อย่างสำคัญมากคือการกระทำอะไรอย่างมีลับลมคมใน
ซึ่งผู้เขียนเองจะบอกสหายธรรมเสมอว่า
ถ้าใครพูดหรือเล่าอะไรมาถือว่าเรื่องนั้นเป็นความจริงจากผู้เล่าเสมอ
หากผู้เล่าได้เล่าเรื่องไม่ตรงความจริง
ย่อมเป็นเหตุให้ผู้เล่าสร้างกรรมอันเป็นบาป แล้วผู้นั้นต้องรับผลกรรมนั้นไว้เอง ความ จริงที่เกิดขึ้นแล้วถูกสร้างขึ้นด้วยประสาทสัมผัสทั้ง
5 หาได้ไม่ยาก
ใครทำอะไรไว้ก็เปิดเผยให้รู้กันไปโดยทั่วกัน
แล้วรับรู้ความจริงร่วมกันว่านั่นเป็นความจริง
ไม่ว่าตนเองหรือใครจะทำผิดหรือถูกตามข้อเท็จจริง ก็ให้ยอมรับกันไปเช่นนั้น
ความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้เมื่อความจริงปรากฏเท่านั้น
ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วรับรู้ในสัมผัสที่ 6 นั้นยากกว่ามาก
เพราะเราจะใช้ตรรกะที่รับรู้กันโดยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ได้
การพิสูน์ผลได้อย่างเดียวคือการใช้วิธีอธิษฐานจิตเท่านั้น
เช่นสมมุติว่ามีอาการปวดท้องเกิดขึ้น อยากรู้ว่าเกิดขึ้นจากสภาพร่างกายหรือเกหิดขึ้นจากอาการที่เกิดขึ้นในสมาธิ
เมื่ออธิษฐานจิตไว้แล้ว ให้ปล่อยว่างเอาไว้อย่าไปคิดอะไรล่วงหน้า
หากคิดอะไรหรือคาดผลไว้ล่วงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร
ผลนั้นจะใช้ไม่ได้เพราะจะเป็นอุปทานทันที ไม่
ว่าจะเป็นความจริงจากการรับรู้ด้วยประสาทปกติหรือจากสัมผัสที่ 6 ความจริงนั้นย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
แล้วไม่ว่าจะเป็นความรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ปกติกับความรู้ที่มาจากสัมผัสที่
6 ผลที่วัดความจริงแท้แน่นอนขั้นสุดท้ายคือตอนที่ตายไปแล้ว
เพราะหากเราตายความจริงทุกอย่างจะปรากฏขึ้น
แต่ว่าอย่ารอให้ตายก่อนเพื่อจะได้รู้ความจริง เพราะนั่นเป็นเรื่องที่สายมากแล้ว
จะต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
แล้วความจริงที่รู้มาจากสัมผัสทั้ง 5
ปกติก็ใช้หลักการพิสูจน์ตามกระบวนการปกติ
แต่ที่สำคัญคือการพิสูจน์ความจริงในสัมผัสที่ 6
จะใช้ครรกะหรือวิธีการในการพิสูจน์ความจริงตามวิธีปกติไม่ได้
หากใช้วิธีนั้นจะไม่มีทางได้ความจริงได้เลย ต้องใช้วิธีตามย่อหน้าที่แล้วเท่านั้น
โดยผู้ใช้ต้องมีความชำนาญในการตัดอุทานทั้งปวงอย่างยิ่งยวดจึงจะคำตอบ หนึ่ง
ในนโยบายการเขียนเว็บของผู้เขียน คือการทำความจริงให้ปรากฏเท่านั้น
เทพหรือใครทำอะไรอย่างไรดีหรือไม่ดี ทำเอาไว้ในปัจจุบันหรืออดีตชาติ
จะต้องถูกเปิดเผยให้ได้มากที่สุด ผู้เขียนเคยทำอะไรไม่ดีเอาไว้
ใครทำอะไรไม่ดีเอาไว้ หรือใครทำดีเอาไว้หรือทำไม่ดีเอาไว้
จะต้องทำให้ความจริงปรากฏขึ้นมาให้มากที่สุด เมื่อความจริงปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อทุกฝ่ายยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น จะทำอย่างไรกับสิ่งที่รู้มา หรือจะให้ยอม ๆ
กันไปหรือให้เรื่องจบ ๆ กันก็แล้วแต่ แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ทุกคนยอมรับความจริง
ใครทำอะไรไม่ดีเอาไว้ให้ตนเองเล่าความไม่ดีของตนให้ผู้อื่นได้รู้แล้วเล่า
ความดีของผู้อื่น ต่างคนต่างเล่าจะนำไปสู่ความสมานฉันท์และปหรองดองบได้ในที่สุด
โดยเฉพาะความรู้ที่มีอยู่ในสัมผัสที่ 6
ผู้เขียนก่อนจะนำมาเล่าผู้เขียนได้ใช้วิธีการพิสูจน์ตามที่อธิบายมาแล้วนั่น เอง แต่
ที่สังคมวุ่นวายนั้น เมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าได้ทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้เขียนได้เล่ามา
โดยเฉพาะการเล่าความไม่ดีของผู้อื่นแล้วเล่าความดีของตน
ซึ่งการเล่านั้นได้ใส่ความรู้สึกลงไปด้วย เช่นความไม่ดีของผู้อื่นก็พูดเกินจริง
ความดีของตนก็เล่าให้ผู้อื่นฟังเกินจริง ซึ่งผู้เขียนเองตระหนักถึงสิ่งที่ผู้เขียนจะเล่า
ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องดีหรือไม่ดีจะต้องไม่เกินความจริงหรือถ้าจะมีต้อง พิจจารณาให้น้อยที่สุด
มิเช่นนั้นผู้เขียนจะกลายเป็นต้นเหตุแห่งความไม่สงบเสียเอง
สิ่งที่ยากจึงอยู่ที่ความกล้าหาญและอดทนในการยอมรับความจริงที่ตนได้ทำไป แล้ว
แต่ต้องคิดในมุมกลับว่าตอนทำยังทำได้ตอนรับก็ต้องยอมรับได้ ถ้าไม่อย่างรับผิดก็ไม่ต้องทำผิดโนเจตนานั้นนั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น